ตัวแทนจำหน่าย Progress Software อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
Net Bright จำหน่าย ติดตั้ง และดูแลผลิตภัณฑ์ Progress Software ครบพอร์ตโฟลิโอ ตั้งแต่โหลดบาลานซ์ การเฝ้าระวังเครือข่าย การรับส่งไฟล์ที่ปลอดภัย ไปจนถึง AI ระดับองค์กร

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ Net Bright ให้บริการลิขสิทธิ์ในประเทศ การติดตั้ง การอบรม และซัพพอร์ตทางเทคนิคเป็นภาษาไทยสำหรับทุกผลิตภัณฑ์ด้านล่าง

Progress Kemp LoadMaster
โหลดบาลานซ์และความปลอดภัยของแอปพลิเคชันระดับองค์กร รองรับทั้งคลาวด์ Kubernetes และระบบภายในองค์กร
Progress Kemp LoadMaster คือโหลดบาลานเซอร์ระดับ Layer 4/7 และ Application Delivery Controller ที่กระจายทราฟฟิกไปยังเซิร์ฟเวอร์หลายตัว เพื่อให้แอปพลิเคชันทางธุรกิจพร้อมใช้งาน รวดเร็ว และปลอดภัย มีให้เลือกทั้งแบบ Hardware Appliance, Virtual Appliance หรือรันบนคลาวด์ AWS และ Azure พร้อม Web Application Firewall และระบบยืนยันตัวตนในตัว ส่วน LoadMaster 360 เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการบนคลาวด์ ที่รวมการเฝ้าระวัง การจัดการเหตุการณ์ ลิขสิทธิ์ และใบรับรองไว้ในหน้าจอเดียว
ความสามารถหลัก
- โหลดบาลานซ์ Layer 4/7, Reverse Proxy และ Content Switching พร้อม Session Persistence หลายรูปแบบ
- SSL/TLS Offload และเร่งความเร็ว พร้อมบริหารวงจรชีวิตใบรับรอง
- Web Application Firewall ในตัว (OWASP Top 10) พร้อมอัปเดต IP Reputation รายวัน
- Global Server Load Balancing (GSLB) สำหรับหลายศูนย์ข้อมูลและการกู้คืนระบบ
- Pre-authentication, SSO และ MFA ผ่าน SAML, RADIUS, LDAP, Active Directory และ Entra ID
- Kubernetes Ingress Controller, ตรวจสอบสถานะระบบ, Caching และ Compression
- เทมเพลตสำเร็จรูปสำหรับแอปพลิเคชันยอดนิยม พร้อม REST API เต็มรูปแบบสำหรับงานอัตโนมัติ
ลูกค้าให้คะแนนสูงสุด ทั้งด้านฟีเจอร์ การสนับสนุน และความคุ้มค่า

Kemp Rated 4.9/5
“Excellent Product and Outstanding Support”

Kemp Rated 4.7/5
“Easy to setup and maintain. Excellent reliability”

Kemp Rated 8.1/10
“Robust, Scalable and Cost-effective way to load balance”
คำถามที่พบบ่อย
LoadMaster ติดตั้งได้ในรูปแบบไหนบ้าง
มีให้เลือกทั้งแบบ Virtual Appliance (VMware, Hyper-V), ฮาร์ดแวร์, และบนคลาวด์ (AWS, Azure) เลือกตามสภาพแวดล้อมขององค์กรได้ ทีมงานช่วยแนะนำรุ่นที่เหมาะกับปริมาณทราฟฟิกจริง
ใช้งานแทน load balancer ยี่ห้อเดิมที่มีอยู่ได้ไหม
ได้ในเคสส่วนใหญ่ — ทีมวิศวกรของเราช่วยประเมิน configuration เดิม วางแผนย้ายระบบ และทดสอบก่อนตัดเข้าใช้งานจริง เพื่อให้ช่วง migrate ไม่กระทบบริการ
รองรับ High Availability หรือไม่
รองรับ โดยติดตั้งเป็นคู่ HA ให้สลับการทำงานอัตโนมัติเมื่อเครื่องหลักมีปัญหา เป็นรูปแบบที่เราแนะนำสำหรับระบบที่ให้บริการจริงทุกเคส
ขอทดลองใช้หรือทำ POC ก่อนตัดสินใจได้ไหม
ได้ ติดต่อทีมงานเพื่อขอ trial และให้วิศวกรช่วยติดตั้งทดสอบกับระบบจริงของคุณ พร้อมสรุปผลเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
Progress WhatsUp Gold
มองเห็นระบบไอทีทั้งหมดในแพลตฟอร์มเดียว ตั้งแต่อุปกรณ์เครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ คลาวด์ ไปจนถึงแอปพลิเคชัน
Progress WhatsUp Gold คือซอฟต์แวร์เฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานไอที ที่ทำให้มองเห็นอุปกรณ์เครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ Virtual Machine ระบบไร้สาย และคลาวด์ ได้จากหน้าจอเดียว ระบบค้นหาและสร้างแผนผังเครือข่ายอัตโนมัติ พร้อมติดตามความพร้อมใช้งาน ประสิทธิภาพ และทราฟฟิก ช่วยให้ทีมพบและแก้ปัญหาก่อนกระทบผู้ใช้ และมีโมดูลเสริมสำหรับวิเคราะห์ทราฟฟิก จัดการคอนฟิก จัดการ Log และเฝ้าระวังประสิทธิภาพแอปพลิเคชัน
ความสามารถหลัก
- ค้นหาอุปกรณ์ในเครือข่ายอัตโนมัติ พร้อมแผนผัง Topology แบบโต้ตอบได้
- เฝ้าระวังความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์ เราเตอร์ สวิตช์ สตอเรจ ระบบเสมือน และคลาวด์
- วิเคราะห์ทราฟฟิกด้วย NetFlow, sFlow, J-Flow และ IPFIX เพื่อหาผู้ใช้แบนด์วิดท์สูงสุด
- บริหารคอนฟิกอุปกรณ์ พร้อมสำรอง กู้คืน และตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงอัตโนมัติ
- เฝ้าระวังประสิทธิภาพแอปพลิเคชัน และจัดการ Log สำหรับรายงานตามข้อกำหนด
- แดชบอร์ด การแจ้งเตือน และรายงานที่ปรับแต่งได้ มีทั้ง Standard และ Distributed Edition สำหรับหลายสาขา
คำถามที่พบบ่อย
คิดไลเซนส์อย่างไร ต้องซื้อตามอะไร
ไลเซนส์คิดตามจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องการมอนิเตอร์ ทีมงานช่วยสำรวจและประเมินจำนวนที่เหมาะสมกับเครือข่ายจริงของคุณก่อนเสนอราคา จะได้ไม่ซื้อเกินหรือขาด
ต่างจากเครื่องมือมอนิเตอร์แบบโอเพนซอร์สอย่างไร
จุดต่างหลักคือเวลาและคน — WhatsUp Gold ติดตั้งและค้นหาอุปกรณ์ได้อัตโนมัติ สร้างแผนผังเครือข่ายให้เอง ใช้งานได้โดยไม่ต้องมีทีมดูแลเครื่องมือโดยเฉพาะ และมีซัพพอร์ตทางการทั้งจาก Progress และทีมวิศวกรภาษาไทยของเรา
มอนิเตอร์อะไรได้บ้าง นอกจากอุปกรณ์เครือข่าย
ครอบคลุมเซิร์ฟเวอร์ (Windows/Linux), VMware, แอปพลิเคชัน, คลาวด์ (AWS/Azure), แบนด์วิดท์ และ log — รวมศูนย์การแจ้งเตือนไว้ที่เดียว
ขอทดลองใช้ก่อนได้ไหม
ได้ มีเวอร์ชันทดลองใช้ฟรี และทีมงานช่วยติดตั้ง POC ในสภาพแวดล้อมจริงของคุณพร้อมอบรมการใช้งานเบื้องต้น
Progress Flowmon
มองเห็นทราฟฟิกเครือข่ายเชิงลึกด้วย Flow ช่วยแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น และเปิดโปงภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในเครือข่าย
Progress Flowmon คือแพลตฟอร์มเฝ้าระวังเครือข่ายและความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ ที่เปลี่ยนทราฟฟิกเครือข่ายให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้งานได้จริง ทั้งสำหรับทีม NetOps และ SecOps เอนจินแบบ Flow ให้รายละเอียดระดับแพ็กเก็ตโดยไม่ต้องแบกต้นทุนจัดเก็บแพ็กเก็ตทั้งหมด ครอบคลุมทั้งระบบในองค์กร ไฮบริด คลาวด์ และ Edge พร้อมการวิเคราะห์พฤติกรรมด้วย AI และ Machine Learning เพื่อตรวจจับความผิดปกติ ร่องรอยการถูกบุกรุก และประสิทธิภาพที่ลดลง รวมถึงการจับแพ็กเก็ตตามต้องการเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ความสามารถหลัก
- วิเคราะห์ทราฟฟิกแบบ Flow รองรับ NetFlow, IPFIX, sFlow, jFlow และ NetStream
- Flowmon ADS — วิเคราะห์พฤติกรรมด้วย AI/ML และ Entropy เพื่อตรวจจับภัยคุกคามและความผิดปกติ
- Flowmon FPI (Packet Investigator) — จับและตีความแพ็กเก็ตอัตโนมัติ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงพร้อมหลักฐาน
- Flowmon APM — เฝ้าระวังประสิทธิภาพแอปพลิเคชันและประสบการณ์ผู้ใช้ พร้อมวัด SLA และ KPI
- วิเคราะห์ทราฟฟิกที่เข้ารหัส และรับ Threat Intelligence พร้อมจัดหมวดตาม MITRE ATT&CK
- ติดตั้ง Collector และ Probe ได้ทั้งแบบ Hardware, Virtual หรือบนคลาวด์ (AWS, Azure, GCP) พร้อมเชื่อมต่อ SIEM
คำถามที่พบบ่อย
มี firewall และ IPS อยู่แล้ว ทำไมต้องมี Flowmon อีก
Firewall กับ IPS เฝ้าประตู แต่ Flowmon เฝ้าพฤติกรรม "ภายใน" เครือข่าย — ภัยที่หลุดเข้ามาแล้ว เช่น ransomware ที่กำลังกระจายตัว หรือบัญชีที่ถูกยึด จะถูกจับได้จากพฤติกรรมทราฟฟิกที่ผิดปกติ ซึ่งอุปกรณ์หน้าด่านมองไม่เห็น
ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เครือข่ายเดิมไหม
ไม่ต้อง Flowmon อ่านข้อมูล flow (NetFlow/IPFIX) จากอุปกรณ์ที่มีอยู่ หรือใช้ probe เสริมในจุดที่ต้องการรายละเอียดสูง ติดตั้งโดยไม่กระทบโครงสร้างเดิม
เหมาะกับองค์กรขนาดไหน
ลูกค้าหลักคือองค์กรที่มีเครือข่ายภายในขนาดกลางถึงใหญ่ เช่น สถาบันการเงิน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และหน่วยงานราชการ — ที่ผ่านมาเราติดตั้งให้ทั้งภาคการเงินและการศึกษาในไทย (ดูตัวอย่างใน Success Stories)
ทดสอบกับเครือข่ายจริงก่อนได้ไหม
ได้และแนะนำให้ทำ — POC กับทราฟฟิกจริงประมาณ 2–4 สัปดาห์จะเห็นเลยว่าตรวจพบอะไรในเครือข่ายของคุณบ้าง ทีมงานติดตั้งและสรุปผลให้
Progress MOVEit
รับส่งไฟล์ข้อมูลสำคัญอย่างปลอดภัย อัตโนมัติ และตรวจสอบย้อนหลังได้
Progress MOVEit คือซอฟต์แวร์ Managed File Transfer ที่ทำให้การแลกเปลี่ยนไฟล์สำคัญทั้งภายในและภายนอกองค์กรปลอดภัย รวมศูนย์ และทำงานอัตโนมัติ เข้ารหัสข้อมูลทั้งระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ บังคับใช้การยืนยันตัวตนที่รัดกุม และสร้าง Audit Log ที่ตรวจจับการแก้ไขได้ รองรับข้อกำหนดอย่าง PCI-DSS, HIPAA, GDPR และ SOC 2 มีให้เลือกทั้ง MOVEit Transfer (ติดตั้งในองค์กร), MOVEit Cloud (MFT-as-a-Service) และ MOVEit Automation สำหรับสร้างเวิร์กโฟลว์โดยไม่ต้องเขียนสคริปต์
ความสามารถหลัก
- รองรับโปรโตคอลหลากหลาย ทั้ง SFTP, FTPS, FTP, HTTP/HTTPS, AS1/AS2/AS3 และอีเมล
- เข้ารหัสทั้งระหว่างส่งและขณะจัดเก็บ รองรับ OpenPGP, การหมุนคีย์, TLS 1.3 และการเข้ารหัสมาตรฐาน FIPS 140-2
- บันทึก Log ที่ตรวจจับการแก้ไขได้ ตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์ และรับประกันการส่งถึงปลายทาง
- ยืนยันตัวตนหลายชั้น (MFA), SSO ผ่าน OIDC และ SAML, เชื่อมต่อ Active Directory / LDAP
- MOVEit Automation สร้างเวิร์กโฟลว์ตามเวลา ตามเหตุการณ์ หรือสั่งงานทันที โดยไม่ต้องเขียนสคริปต์
- เชื่อมต่อ Amazon S3, Azure Blob, OneDrive, SharePoint Online และ Google Cloud Storage
คำถามที่พบบ่อย
ต่างจากการส่งไฟล์ด้วย FTP หรือแชร์ไดรฟ์อย่างไร
MOVEit เพิ่มสิ่งที่ FTP ไม่มี: เข้ารหัสทั้งระหว่างส่งและตอนจัดเก็บ, บันทึก audit log ว่าใครส่งอะไรให้ใครเมื่อไร, ควบคุมสิทธิ์และวันหมดอายุของไฟล์ และตั้ง workflow ส่งไฟล์อัตโนมัติตามรอบเวลาได้
ช่วยเรื่อง PDPA ได้อย่างไร
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต้องการหลักฐานว่าข้อมูลถูกส่งอย่างปลอดภัยและตรวจสอบย้อนหลังได้ — MOVEit ให้ทั้งการเข้ารหัสและ audit trail ที่นำไปแสดงต่อผู้ตรวจสอบได้ (ทั้งนี้การปฏิบัติตาม PDPA ขึ้นกับกระบวนการขององค์กรโดยรวม ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ตัวเดียว ทีมงานช่วยวางแนวทางได้)
ติดตั้งในองค์กรหรือใช้แบบคลาวด์
มีทั้งสองแบบ — ติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง หรือใช้บริการคลาวด์ของ Progress องค์กรไทยที่มีข้อกำหนดเก็บข้อมูลในประเทศนิยมแบบติดตั้งเอง ทีมงานช่วยเลือกตามข้อกำหนดของคุณ
เคยมีผลงานติดตั้งจริงในไทยไหม
มี — รวมถึงภาคธนาคาร อ่านเรื่องจริงได้ที่หน้า Success Stories ของเรา และติดต่อทีมงานเพื่อขอทดลองใช้หรือนัดสาธิตได้
Progress Agentic RAG
เปลี่ยนข้อมูลองค์กรให้เป็นฐานความรู้พร้อมใช้กับ AI สำหรับผู้ช่วยอัจฉริยะ AI Agent และระบบค้นหา
Progress Agentic RAG คือแพลตฟอร์ม Retrieval-Augmented Generation แบบ SaaS ที่แปลงเอกสาร ไฟล์ และสื่อขององค์กรให้เป็นชั้นความรู้ที่ควบคุมได้ สำหรับนำไปใช้กับแอปพลิเคชัน AI ระบบดูแลตั้งแต่การนำเข้าข้อมูล การทำดัชนี ไปจนถึงการค้นคืนข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง แล้วให้ LLM ตอบคำถามโดยอ้างอิงข้อมูลเฉพาะขององค์กรพร้อมระบุแหล่งที่มา ทำให้ตรวจสอบคำตอบย้อนหลังได้ แพลตฟอร์มนี้พัฒนาจากเทคโนโลยีที่ Progress เข้าซื้อกิจการ Nuclia เมื่อมิถุนายน 2025 และเปิดตัวภายใต้แบรนด์ Progress ในเดือนกันยายน 2025
ความสามารถหลัก
- นำเข้าข้อมูลได้กว่า 30 รูปแบบ ทั้ง PDF, Word, HTML, Markdown, JSON, รูปภาพ เสียง และวิดีโอ
- ค้นคืนข้อมูลแบบผสมทั้งเชิงความหมายและคีย์เวิร์ด ปรับจูนได้โดยไม่ต้องแก้โครงสร้างพื้นฐาน
- รองรับ Large Language Model กว่า 40 รุ่น เลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละงานได้
- ตอบคำถามพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มาและคะแนนความเกี่ยวข้อง ตรวจสอบย้อนหลังได้
- แดชบอร์ดแบบ No-code สำหรับอัปโหลดเนื้อหา ทดสอบการค้นหา และฝัง Widget ลงในระบบ
- มี API และ Endpoint สำหรับ AI Agent เพื่อเชื่อมกับ Copilot ผู้ช่วยอัจฉริยะ และ AI Agent ที่พัฒนาเอง
Domo AI & Data Platform
แพลตฟอร์มแบบ Agentic สำหรับองค์กรอัจฉริยะ ที่กำลังจะเข้ามาอยู่ในพอร์ตโฟลิโอของ Progress
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 Progress Software ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อสินทรัพย์เกือบทั้งหมดของธุรกิจ AI และแพลตฟอร์มข้อมูลของ Domo ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินสด Domo เป็นแพลตฟอร์มแบบ Agentic สำหรับองค์กรอัจฉริยะ ครอบคลุมตั้งแต่การเชื่อมข้อมูล การกำกับดูแลข้อมูล การวิเคราะห์ ไปจนถึงเอเจนต์ AI บนชั้นข้อมูลที่ถูกกำกับดูแลชุดเดียวกัน Progress ระบุว่าการเข้าซื้อครั้งนี้ขยายขีดความสามารถด้านแพลตฟอร์มข้อมูล และนำลูกค้ากว่า 2,400 รายพร้อมความร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์เข้ามาด้วย ธุรกรรมคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณของ Progress ที่สิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 โดยขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและเงื่อนไขปิดดีลตามปกติ
ยังไม่เปิดจำหน่าย
Progress Software ประกาศเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 และยังไม่ปิดดีล Net Bright จะยืนยันการวางจำหน่าย ลิขสิทธิ์ และการซัพพอร์ตในประเทศไทยเมื่อธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์
ที่มา: Progress Software investor relationsความสามารถหลัก
- แพลตฟอร์ม AI แบบ Agentic ที่ทำงานบนชั้นข้อมูลซึ่งถูกกำกับดูแล
- เชื่อมข้อมูลจากแหล่งบนคลาวด์ ระบบภายในองค์กร และ SaaS
- กำกับดูแลและควบคุมสิทธิ์ครั้งเดียว แล้วมีผลกับผู้ใช้ข้อมูลทุกทาง
- การวิเคราะห์ แดชบอร์ด และรายงานสำหรับผู้ใช้งานฝั่งธุรกิจ
- มีฐานลูกค้าเดิมกว่า 2,400 ราย และความร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์
คำถามที่ลูกค้าถามเราบ่อย
รวมคำถามจริงจากการพูดคุยกับลูกค้า ทั้งเรื่องบริการหลังการขาย ราคา และความปลอดภัย
มีบริการหลังการขายแบบไหนบ้าง และค่า MA ปีถัดไปคิดอย่างไร
ทุกโปรเจกต์มีช่วงรับประกันหลังส่งมอบตามสัญญา และต่อด้วยสัญญาบำรุงรักษา (MA) ที่เลือกระดับได้ ตั้งแต่ซัพพอร์ตทางโทรศัพท์/รีโมต จนถึงเข้าหน้างานพร้อม SLA ที่ตกลงกัน ครอบคลุมการอัปเดตซอฟต์แวร์ การแก้ปัญหา และการตรวจสุขภาพระบบตามรอบ ค่า MA ปีถัดไปขึ้นกับขอบเขตระบบและระดับ SLA ที่เลือก ทีมงานจะเสนอราคาให้พิจารณาล่วงหน้าก่อนครบอายุทุกครั้ง
ทำไมราคาสูงกว่าผู้เสนอรายอื่น
ราคาของเรารวมสิ่งที่มักถูกตัดออกจากใบเสนอราคาที่ถูกกว่า: ไลเซนส์ถูกต้องจากผู้ผลิตโดยตรงในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ วิศวกรที่ผ่านการรับรองออกแบบและติดตั้ง การอบรมทีมของคุณ และซัพพอร์ตภาษาไทยที่ติดต่อได้จริงหลังส่งมอบ ส่วนที่หายไปจากราคาถูกมักกลับมาเป็นต้นทุนแฝงตอนระบบมีปัญหา เรายินดีแจกแจงใบเสนอราคาเป็นรายการเพื่อเปรียบเทียบแบบข้อต่อข้อ
บริษัทมีประสบการณ์และผลงานอะไรบ้าง
เราดูแลระบบให้องค์กรมากว่า 20 ปี ครอบคลุมมากกว่า 100 องค์กร ทั้งภาคการเงิน การศึกษา สาธารณสุข และหน่วยงานราชการ เป็นตัวแทนจำหน่าย Progress อย่างเป็นทางการ และเป็นพาร์ทเนอร์ของ Cisco และ AWS อ่านผลงานจริงพร้อมรายละเอียดการติดตั้งได้ที่หน้า Success Stories ของเรา
การติดตั้งจะกระทบระบบงานปัจจุบันไหม
ทุกงานเริ่มจากสำรวจระบบและวางแผนร่วมกับทีมของคุณก่อน งานที่มีความเสี่ยงจะทำนอกเวลาทำการหรือในช่วงเวลาที่ตกลงกัน พร้อมแผนย้อนกลับ (Rollback) ทุกครั้ง และระบบหลายประเภทที่เราติดตั้ง เช่น ระบบ Monitoring หรือวิเคราะห์ทราฟฟิก ทำงานแบบอ่านข้อมูลขนานกับระบบเดิมโดยไม่ต้องหยุดบริการเลย
Cloud หรือ On-Premise บริษัทควรเลือกแบบไหน
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกองค์กร ปัจจัยตัดสินหลักคือ (1) ข้อกำหนดด้านข้อมูล — บางอุตสาหกรรมต้องเก็บข้อมูลไว้ในประเทศหรือในองค์กร (2) รูปแบบค่าใช้จ่าย — คลาวด์เป็นรายจ่ายรายเดือน (OPEX) เริ่มได้เร็ว ขยายหรือลดปริมาณการใช้งานได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงของโครงการใหม่ ส่วนติดตั้งเอง (CAPEX) ลงทุนครั้งแรกสูงกว่าแต่มักคุ้มกว่าเมื่อโหลดคงที่และใช้ระยะยาว (3) ทีมดูแลที่มี — เรามีบริการประเมินเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรวม (TCO) จากโหลดจริงของคุณ เพื่อให้เห็นจุดคุ้มทุนชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ด้านความปลอดภัยและ พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุคคล รองรับอย่างไร
ระบบที่เราออกแบบยึดสามหลัก: ควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตามหน้าที่ (least privilege), เข้ารหัสข้อมูลทั้งระหว่างส่งและตอนจัดเก็บ, และเก็บ audit log ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญเมื่อถูกตรวจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ทั้งนี้การปฏิบัติตามกฎหมายขึ้นกับกระบวนการทั้งองค์กร ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ตัวใดตัวหนึ่ง — การซื้ออุปกรณ์เพียงบางตัวอาจยังไม่ทำให้ผ่านข้อกำหนดตามกฎหมาย ต้องพิจารณาทั้งระบบอย่างรอบคอบ ทีมงานช่วยวางมาตรการเชิงเทคนิคให้สอดคล้องกับนโยบายของฝ่ายกฎหมายหรือ DPO ของคุณได้
ส่งมอบโซลูชันไอทีที่เหนือกว่า
ช่วยให้องค์กรบรรลุความเป็นเลิศในการดำเนินงาน ด้วย Infrastructure, Cybersecurity, Cloud, AI และ Managed Services
